เสียงถังน้ำกระทบพื้นหินอ่อนดังสนั่นทั่วห้องประชุม
ผ้าถูพื้นล้มทอดยาวอยู่กลางห้อง ราวกับหลักฐานที่เงียบงันของความอับอายที่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกสายตาในห้องหันมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ต้นค่อยๆ ก้มลงเก็บไม้ถูพื้น ช้าๆ ไม่รีบ ไม่มีความโกรธบนใบหน้า
“ผมมาประชุมครับ”
เจนหัวเราะเบาๆ เสียงเหมือนคนได้ยินเรื่องตลกที่ไม่ตลก
“เงินเดือนนายพอซื้อห้องนี้เหรอ?”
เธอถามด้วยรอยยิ้มที่คมเหมือนคม เธอได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดการแผนกเพียงเจ็ดเดือน แต่ในเจ็ดเดือนนั้น เธอสร้างชื่อเสียงไว้อย่างชัดเจนว่าเธอเป็นคนแบบไหน ไม่มีใครในห้องนี้ที่ไม่รู้ว่าการขวางทางของคุณเจนหมายความว่าอะไร
ต้นไม่ตอบทันที เขาวางไม้ถูพื้นพิงกับผนังด้านข้างอย่างเรียบร้อย จากนั้นค่อยๆ ยกมือขึ้นจับขอบหมวกแก๊ป
ดึงออกช้าๆ
ผมสีดำหวีเรียบของเขาปรากฏขึ้น
ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกตลอด ถูกเผยออกมาภายใต้แสงจากโคมไฟระย้าเหนือห้องประชุม ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความอ่อนน้อม มีแต่ความสงบแบบที่คนซึ่งคุ้นเคยกับอำนาจเท่านั้นถึงจะมีได้
“งั้นเริ่มประชุมเลยไหม”
เสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่เสียงของคนทำความสะอาดที่ถูกกดขี่อีกต่อไป แต่เป็นเสียงของคนที่เคยนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะมาตลอดชีวิต
เจนเปิดปากจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ก่อนที่เสียงจะออกมาได้ ประตูกระจกด้านหลังห้องก็เปิดออกด้วยเสียงดังแจ้ว
ก้าวเท้าเร็วบนพื้นหินอ่อน
นัตยา เลขานุการส่วนตัวของประธานบริษัท วิ่งเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกปนโล่งอก เธอก้มหัวลงต่ำทันทีที่สายตาเจอกับต้น
“ท่านประธาน ทุกคนรออยู่ค่ะ”
เวลาในห้องหยุดนิ่ง
ต้น ศิริพัฒน์ ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทศิริพัฒน์ เจ้าของอาคารทุกหลังในรัศมีสามกิโลเมตรจากจุดที่เจนยืนอยู่ในขณะนี้ ยิ้มเล็กๆ แล้วพยักหน้า
“ขอบคุณนัตยา”
เจนรู้สึกว่าพื้นหินอ่อนใต้เท้ากำลังดูดเธอลงไป
เธอหันไปมองรอบห้อง พนักงานทุกคนก้มหน้า บางคนหันออกไปมองหน้าต่าง บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจ้องโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีใครอยากสบตากับเธอในตอนนี้
ต้นเดินผ่านเธอไปอย่างเงียบๆ มือถือหมวกแก๊ปสีเทาไว้ข้างๆ ราวกับมันเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง เขาไปนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะซึ่งว่างอยู่มาตลอดตั้งแต่ต้น และเปิดแฟ้มเอกสารที่วางรออยู่อย่างเป็นระเบียบ
“คุณเจน” เขาพูดโดยไม่หันมามอง เสียงราบเรียบเหมือนคนพูดถึงสภาพอากาศ “นั่งลงเลยครับ เรามีวาระการประชุมเยอะ”
เจนนั่งลง
ไม่ใช่เพราะเขาบอก แต่เพราะขาของเธอไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้อีกต่อไป
ในขณะที่การประชุมดำเนินไป เสียงของต้นพูดถึงตัวเลขรายได้ไตรมาสสาม แผนการขยายสาขาในภาคตะวันออก และการปรับโครงสร้างองค์กรในปีหน้า เจนนั่งจ้องหน้าต่างโดยไม่ได้ยินอะไรเลย
เธอนึกย้อนไปถึงคำพูดของตัวเองเมื่อกี้
เงินเดือนนายพอซื้อห้องนี้เหรอ?
เธอไม่รู้ว่าห้องนี้ เขาซื้อมันทั้งอาคารเลย
หลังการประชุมจบลง ต้นลุกขึ้นและเก็บเอกสารด้วยตัวเองอย่างเงียบๆ ก่อนเดินออกไป เขาหยุดที่ประตูหนึ่งวินาที
“คุณเจน” เขาพูดโดยไม่หันกลับมา “ผมมาแต่งชุดนี้เพื่อดูว่าทีมงานเป็นยังไงตอนที่ผมไม่อยู่ ขอบคุณที่ช่วยตอบคำถามนั้น”
ประตูกระจกปิดลงด้วยเสียงเบา
ทิ้งให้เจนนั่งอยู่กลางห้องประชุมที่ว่างเปล่า ล้อมรอบด้วยเก้าอี้ที่เพิ่งมีคนนั่งอยู่เต็ม และความเงียบที่หนักกว่าคำพูดใดๆ ที่เธอเคยได้ยิน
“อย่าตัดสินคนจากเสื้อผ้า เพราะบางทีคนที่แต่งตัวธรรมดาที่สุดในห้อง คือเจ้าของห้องนั้น”
→ ตอนต่อไป: “วันจันทร์เช้า — เจนจะยังมีชื่ออยู่ในรายชื่อพนักงานไหม?”






